วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ภาระงานที่2 ส่วนที่1




 
สปีชีส์


ที่มา  http://cps.wu.ac.th/?p=594

 
          สปีชีส์ หมายถึง กลุ่มหรือประชากรของสิ่งมีชีวิตที่มียีนพูลร่วมกัน โดยที่ี่สมาชิกของประชากรนั้นสามารถถ่ายทอดยีน หรือทําให้เกิดการไหลของยีน (gene flow) ระหว่างกันและกันได้ (สามารถผสมพันธุ์กันได้ และมีลูกไม่่เป็นหมัน) จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่ามีสาเหตุหลายสาเหตุที่ทำให้สิ่งมีชีวิตที่เป็นสปีชีส์เดียวกันต้องแยกจากกันไปอยู่ในที่ต่างๆ ทำให้ขาดการติดต่อและไม่มีการไหลของยีนระหว่างกัน และเนื่องจากการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่ตนอาศัยอยู่ ทำให้เกิดลักษณะที่แตกต่างทั้งทาง สรีระ รูปร่าง และพฤติิกรรมจนไม่อาจผสมพันธุ์กันได้อีกเนื่องจากเกิดกลไกการแบ่งแยกทางการสืบพันธุ

การคัดเลือกโดยธรรมชาติ

       ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ความสามารถในการสืบพันธุ์จะเพิ่มจํานวนได้สูงมาก หากไม่มีปัจจัยที่จํากัดการเพิ่มจํานวนแล้ว สิ่งมีชีวิตทั้งหลายคงจะล้นโลก แต่ตามที่เป็นจริง จํานวนของสิ่งมีชีวิตค่อนข้างจะคงที่ เนื่องจากกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection) ซึ่ง อาศัยหลักเกณฑ์พื้นฐานว่า จะไม่มีลักษณะทางกรรมพันธุ์ชุดเดียวที่ี่เหมาะสมต่อสภาพความเป็นอยู่ของสิ่ง มีชีวิตในแต่ละแหล่งที่อยู่อาศัย ฉะนั้นการคัดเลือกโดยธรรมชาติจึงต้องมีปัจจัยสําคัญ คือ ความสามารถในการสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเพื่อการถ่ายทอดลักษณะแตกต่างที่ เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตนั้นต้องอยู่ใต้อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมผลของการคัดเลือกโดย ธรรมชาติจะได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะสปีชีส์เดียวกันที่มีความแตกต่างกัน อย่างเห็นได้ชัดทางกรรมพันธุ์ ซึ่งเรียกว่าโพลีมอร์ฟิซึม (polymorphism) ตัวอย่างเช่น

http://www.thaigoodview.com/node/45239

        สีและลวดลายบนเปลือกหอย :หอยชนิด Cepaea nemoralis เปลือกมีสีเหลือง นํ้าตาล ชมพู ส้มแดง และยังมีชนิดที่มีลวดลายเป็นเส้นพาดไปตามเปลือก จากการศึกษาพบว่าในแหล่งที่อยูู่่ที่มีลักษณะเรียบๆ เช่น บริเวณโคลนตมหรือทรายจะพบหอยที่มีลักษณะเปลือกเป็นสีเรียบๆ มากกว่าลักษณะอื่นๆ ส่วนในป่าหญ้าจะพบว่ามีหอยที่เปลือกลายมากกว่าลักษณะอื่น แต่ในที่บางแห่งก็พบหอยทั้งเปลือกมีลายและหอยเปลือกสีเรียบอยู่ในที่เดียว กันซึ่งพบว่าหอยเปลือกสีเรียบมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดีกว่าหอยเปลือกลาย          
    
          นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ เอช.บี.ดี.เคทเทิลเวลล์ (H.B.D. kettlewell) สันนิษฐานว่า การที่ีพวกผีเสื้อกลางคืนเปลี่ยนจากสีเทาอ่อนไปเป็นสีดํานี้ เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของยีน และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์คือช่วยป้องกันผีเสื้อสีดําจากนกที่มาจับผีเสื้อ
กินในพื้นที่ซึ่งมีเขม่าควันดําเกาะตามเปลือกไม้ เคทเทิลเวลล์ได้ทดลองปล่อยผีเสื้อกลางคืนสีเทาอ่อนและสีดําไปในแถบเมืองที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรม ผลปรากฏว่าหลังจากที่เขากลับมาจับผีเสื้อกลางคืนนับใหม่ พบว่าได้ผีเสื้อสีดํา 40% และสีเทาอ่อน 19% ในทางตรงข้าม เมื่อ
ปล่อยผีเสื้อสีเทาอ่อนและสีดําไปในแถบชนบท ปรากฏว่าได้ผีเสื้อสีดํากลับคืนมาเพียง 6% ในขณะที่ผีเสื้อสีเทาอ่อน 12.5% แสดงว่า เกิดการคัดเลือกทางธรรมชาติในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยการกระทําของมนุษย์ นักชีววิทยาเรียกความแปรผันทาง
พันธุกรรมซึ่งเป็นผลให้สิ่งแวดล้อมอยู่รอดเพื่อสืบทอดลูกหลานได้ดีว่า การปรับพันธุกรรม(genetic adaption) ดังนั้นลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่ในทุกวันนี้จึงเป็นผลจากการปรับพันธุกรรมโดยกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ

ที่มาของเนื้อหา : http://www.skoolbuz.com/library/content/2291


คำถาม

1.สปีชีส์ หมายถึงอะไร

2.การคัดเลือกโดยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตมีปัจจัยที่สำคัญคืออะไร

3.นักวิทยาศาสตร์ ชื่อ เอช บี ดี เคทเทิลเวลล์ สันนิษฐานว่าจากการที่ผีเสื้อกลางคืนเปลี่ยนสีจากสีเทาเป็นสีดำมีผลมาจากอะไร และมีประโยชน์อย่างไร



2 ความคิดเห็น: